อะหมัดซอและห์
กล้วยไข่ เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดกำแพงเพชร นำรายได้ไม่น้อยกว่าปีละ 300 ล้านบาท กล้วยไข่ กำแพงเพชร ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคว่ามีรสหวานเนื้อในนุ่ม เป็นที่นิยมบริโภคโดยทั่วไป ปัจจุบันกล้วยไข่ส่งออกจำหน่ายต่างประเทศมากขึ้น ตลาดที่สำคัญคือ จีน, ฮ่องกง, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, เดนมาร์ก, บัตตาเรีย และแคนนาดา
อะหมัดซอและห์
กล้วยไข่ เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดกำแพงเพชร นำรายได้ไม่น้อยกว่าปีละ 300 ล้านบาท กล้วยไข่ กำแพงเพชร ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคว่ามีรสหวานเนื้อในนุ่ม เป็นที่นิยมบริโภคโดยทั่วไป ปัจจุบันกล้วยไข่ส่งออกจำหน่ายต่างประเทศมากขึ้น ตลาดที่สำคัญคือ จีน, ฮ่องกง, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, เดนมาร์ก, บัตตาเรีย และแคนนาดา
เกษตรกรจะปลูกกล้วยไข่ในช่วงประมาณ เดือนสิงหาคม - กันยายน โดยใช้หน่อ ในปีแรก ในปีที่ 2 และปีที่ 3 จะเป็นกล้วยที่ได้จากหน่อที่แตกจากต้นเดิม กล้วยไข่ต้องอาศัยน้ำฝน เพื่อให้กล้วยเจริญเติบโต และหลีกเลี่ยงไม่ให้ตกเครือในช่วงฤดูแล้ง เพราะจะทำให้ผลเล็ก ถูกแสงแดดเผามาก ทำให้บริเวณก้านเครือแห้ง หรือหักได้ง่าย เกษตรกรจะไม่ปล่อยให้กล้วยไข่สุกคาต้น เพราะจะทำให้รสชาติเสียและสีไม่สวย โดยจะนำมาบ่ม และทยอยออกสู่ตลาดในช่วงเดือน กันยายน - ตุลาคม
กล้วยไข่ดีต่อสุขภาพเหมือนกับกล้วยชนิดอื่น แต่พิเศษในเรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระที่เรารู้จักกันดี นั้นคือ เบต้าแคโรทีน โดยปกติ เมื่ออายุพ้นยี่สิบสองปีไปแล้ว ร่างกายของคนเราจะหยุดความเจริญเติบโต อวัยวะต่างๆ ของร่างกายก็จะค่อยๆ เสื่อมลง และในช่วงเวลานั้น เซลล์ในร่างกายจะผลิตอนุมูลอิสระมากขึ้น รวมทั้งความสามารถในการซ่อมแซม ส่วนที่สึกหรอของร่างกายก็จะลดลงเรื่อยๆ ขณะที่ความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระ (Detoxification) ก็ลดลงเช่นกัน ดังนั้น ถ้าเรารับประทานอาหาร ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระหรือสาร แอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidants) เป็นประจำ ก็อาจจะช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายได้
สารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่วิตามินอี วิตามินซีและเบต้าแคโรทีน สารทั้ง 3 ตัวนี้ สามารถกำจัดอนุมูลอิสระได้ ซึ่งพบว่ากล้วยไข่พม่ามีสารเบตาแคโรทีน ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งบางชนิด สูงสุด คือ 528 ไมโครกรัม รองลงมาคือกล้วยงาช้างมี 520 ไมโครกรัม, กล้วยไข่โนนสูงมี 397 ไมโครกรัม, กล้วยนางพญามี 393 ไมโครกรัม, กล้วยไข่มี 271 ไมโครกรัม, กล้วยหักมุกนวลมี 270 ไมโครกรัม และกล้วยไข่ยังมี วิตามินอี 0.47 มิลลิกรัม
กล้วยไข่เป็นกล้วยที่ให้พลังงานมากที่สุดในบรรดากล้วยทุกชนิด คือ 140กิโลแคลอรี จาก ปริมาณ 100 กรัมของส่วนที่รับประทานได้ ยังพบว่าปลีกล้วยไข่100 กรัม จะมีธาตุเหล็ก 27 มิลลิกรัม, แคลเซี่ยม 288 มิลลิกรัม, ฟอสฟอรัส 214 มิลลิกรัม
กล้วยไข่ยังมีธาตุโพแทสเซี่ยม, แมกนีเซี่ยม เป็นแหล่งรวมวิตามินเอ วิตามินบี 6 และวิตามินซี ในกล้วยไข่ 1 ผล มีเส้นใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำถึง 16 กรัม ที่ช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น และพบว่ายางกล้วยไข่ มีสาร " แทนนิน " ที่มีฤทธิ์ห้ามเลือด งานวิจัยของ สถาบันโรคมะเร็งของสหรัฐอเมริกา พบว่า วิตามิน เอ. มีผลต่อการป้องกันและยับยั้งไม่ให้เซลล์ปกติกลายเป็นเซลล์มะเร็ง
ผลไม้ตัวเลือกที่แม่ควรได้รับในช่วงให้นมลูกในหนึ่งวัน โดยให้เลือกกินอย่างใดอย่างหนึ่ง ในจำนวนนี้มีกล้วยอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ กล้วยหอม 1 ผล หรือ กล้วยไข่ 2 ผล หรือ กล้วยน้ำว้า 2 ผล หรือ สัปปะรดหรือมะละกอ 1 ชิ้น
คำแนะนำสำหรับ สาว ๆ ที่ผิวมันสามารถใช้กล้วยไข่สุกพอกหน้าได้ โดยนำมาตีจนเละ แล้วพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ว่ากันว่าจะทำให้ผิวหน้านุ่มนวลขึ้น
แหล่งข้อมูล
1. เว็บไซต์ สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่
2. http://kanchanapisek.or.th
3. http://www.bloggang.com
4. http://www.samunpri.com
5. http://www.thaikidclinic.com
|